Application คืออะไร มีกี่ประเภท และมีประโยชน์อย่างไร ?

Social Media Management, ออกแบบกราฟิกและโมชั่น

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น การทำงานก็เช่นกัน คนทำงานยุคดิจิทัลอย่างเราๆ จึงต้องมีตัวช่วยดีๆ อย่างแอปพลิเคชันติดเครื่องไว้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

 

แต่แอปทำงานในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมาย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปฯ ไหนที่จำเป็น และตอบโจทย์การทำงานมากที่สุด ?

 

บทความนี้ดิจิทัล แฟคตอรี่จึงได้รวบรวมแอปฯ ที่คนทำงานยุคดิจิทัลขาดไม่ได้มาฝาก ไม่ว่าจะเป็นแอปฯ หรือโปรแกรมทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ รวมถึงแอปฯ จัดการงาน และแอปฯ อื่นๆ อีกมากมาย ที่จะช่วยให้การทำงานของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 


 

ชีวิตคนทำงานยุคดิจิทัลจะง่ายขึ้น ถ้ามีแอปทำงานเหล่านี้ติดเครื่องไว้ !


รวม 10 แอปทำงาน ที่เป็นทั้งแอปทํางานในโทรศัพท์ และแอปทำงานในคอม ที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายขึ้นอีกเป็นกอง

 


 

App ทํางานเป็นทีม อันไหนดี ?

 

 

1. Trello

Trello เป็นแอปฯ จัดการงานที่ใช้ระบบ Kanban ซึ่งเป็นวิธีการจัดการงานโดยใช้บอร์ด (Board) ที่แบ่งออกเป็นรายการ (List) และมีการ์ด (Card) แทนงานต่าง ๆ

 

จุดเด่นของ Trello

 

  • ใช้งานง่าย : Trello มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • เน้นภาพรวมของงาน : บอร์ด Kanban ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของงานทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของงาน และจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เหมาะสำหรับการทำงานเป็นทีม : Trello มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องง่าย เช่น การมอบหมายงาน การแสดงความคิดเห็น และการแชร์ไฟล์

 

2. Asana

Asana เป็นแอปฯ จัดการงานที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การสร้าง Task การกำหนด Deadline การมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้าของงาน การสร้าง Project และการทำงานร่วมกัน

 

จุดเด่นของ Asana

 

  • ฟีเจอร์หลากหลาย : Asana มีฟีเจอร์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการในการจัดการงาน
  • การทำงานร่วมกัน : Asana มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องง่าย เช่น การแชร์ไฟล์ การแสดงความคิดเห็น และการมอบหมายงาน
  • การรายงานผล : Asana มีฟีเจอร์ที่ช่วยในการรายงานผลการทำงาน ทำให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของงาน และประเมินผลการทำงานได้

 

แอปส่งงานออนไลน์ อันไหนดี ?

 

3. Google Drive

Google Drive เป็นบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ฟรีจาก Google ที่ให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์อื่น ๆ

จุดเด่นของ Google Drive

 

  • พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี : Google Drive ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 15 GB สำหรับผู้ใช้ทุกคน
  • เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา : คุณสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณได้จากทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • แชร์ไฟล์ง่าย : Google Drive ช่วยให้คุณแชร์ไฟล์กับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการแชร์เพื่อดูอย่างเดียว หรือแชร์เพื่อให้แก้ไขร่วมกัน
  • ทำงานร่วมกันได้ : Google Drive รองรับการทำงานร่วมกันบนเอกสาร ทำให้คุณและเพื่อนร่วมงานสามารถแก้ไขเอกสารพร้อมกันได้
  • ทำงานแบบออฟไลน์ : คุณสามารถตั้งค่าให้เข้าถึงไฟล์บางไฟล์แบบออฟไลน์ได้ ทำให้คุณสามารถทำงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต

 

4. WeTransfer

WeTransfer เป็นบริการส่งไฟล์ออนไลน์ที่เน้นความรวดเร็วและง่ายดายในการใช้งาน เหมาะสำหรับการส่งไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถส่งผ่านอีเมลได้

 

จุดเด่นของ WeTransfer

 

  • ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ได้ : WeTransfer ช่วยให้คุณส่งไฟล์ขนาดใหญ่ได้ถึง 2 GB (สำหรับบัญชีฟรี)
  • ใช้งานง่าย : WeTransfer มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ดาวน์โหลดได้ง่าย : ผู้รับสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่คลิกที่ลิงก์ที่ได้รับ

 

แอปจัดตารางงาน อันไหนดี ?

 

5. Google Calendar

 

Google Calendar เป็นปฏิทินดิจิทัลที่ใช้งานง่ายและมาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบวงจร ช่วยให้คุณจัดการตารางงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมาย การตั้งเตือน หรือการแชร์ปฏิทินกับผู้อื่น

 

จุดเด่นของ Google Calendar

 

  • ใช้งานง่าย : Google Calendar มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • ครบวงจร : Google Calendar มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย เช่น การสร้างนัดหมาย การตั้งเตือน การแชร์ปฏิทิน การสร้างปฏิทินกลุ่ม และการซิงค์กับอุปกรณ์อื่น ๆ
  • ทำงานร่วมกับแอปฯ อื่นๆ ได้ดี : Google Calendar สามารถทำงานร่วมกับแอปฯ อื่นๆ ของ Google ได้อย่างลงตัว เช่น Gmail, Google Meet และ Google Tasks

 

6. Any.do

Any.do เป็นแอปฯ ที่รวมฟีเจอร์การจัดการงานและตารางงานไว้ในแอปฯ เดียว ช่วยให้คุณจัดการทุกอย่างได้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Task การตั้งเตือน หรือการดูตารางนัดหมาย

 

จุดเด่นของ Any.do

 

  • รวมการจัดการงานและตารางงาน : Any.do ช่วยให้คุณจัดการทั้งงานและตารางงานได้ในแอปฯ เดียว
  • ใช้งานง่าย : Any.do มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ : Any.do มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น การสร้าง Task ที่สามารถลากและวางได้ การตั้งเตือนด้วยเสียง และการซิงค์กับอุปกรณ์อื่นๆ

 

ใช้อะไรทำงานแทนไลน์ ?

 

7. Slack

Slack เป็นแอปฯ สื่อสารภายในทีมที่เน้นความเรียบง่ายและยืดหยุ่นในการใช้งาน มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

 

จุดเด่นของ Slack

 

  • ใช้งานง่าย : Slack มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย : Slack มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น ช่องทางสาธารณะ ช่องทางส่วนตัว และการสนทนาแบบกลุ่ม ทำให้คุณสามารถเลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละเรื่องได้
  • การผสานรวมกับแอปฯ อื่นๆ : Slack สามารถผสานรวมกับแอปฯ อื่นๆ ได้มากมาย ทำให้คุณสามารถทำงานร่วมกับแอปฯ อื่นๆ ได้อย่างราบรื่น

 

8. Microsoft Teams 

Microsoft Teams เป็นแอปฯ สื่อสารและการทำงานร่วมกันที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การแชท การประชุม การแชร์ไฟล์ และการทำงานร่วมกันบนเอกสาร

 

จุดเด่นของ Microsoft Teams

 

  • ฟีเจอร์หลากหลาย : Microsoft Teams มีฟีเจอร์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการในการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน
  • การทำงานร่วมกัน : Microsoft Teams มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องง่าย เช่น การแชร์ไฟล์ การแสดงความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันบนเอกสาร
  • การผสานรวมกับ Office 365 : Microsoft Teams สามารถผสานรวมกับ Office 365 ได้อย่างราบรื่น ทำให้คุณสามารถทำงานร่วมกับเอกสาร Office ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แอปเตือนความจำ อันไหนดี  ?

 

9. Google Tasks

Google Tasks เป็นแอปฯ จัดการงานที่มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานได้ฟรี ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว Google Tasks เป็นส่วนหนึ่งของ Google Workspace ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ Google ได้อย่างง่ายดาย เช่น Gmail และ Google Calendar

จุดเด่นของ Google Tasks

 

  • ใช้งานง่าย : Google Tasks มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • ฟรี : Google Tasks เป็นแอปฯ ที่ให้บริการฟรี ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ Google : Google Tasks สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ Google ได้อย่างง่ายดาย เช่น Gmail และ Google Calendar
  • เหมาะสำหรับการจัดการงานส่วนตัว : Google Tasks เหมาะสำหรับการจัดการงานส่วนตัว เช่น การสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ การตั้งเวลาเตือนความจำ และการติดตามความคืบหน้าของงาน

 

10. Todoist 

Todoist เป็นแอปฯ จัดการงานที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การสร้าง Task การกำหนด Deadline การมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้าของงาน การสร้าง Project และการทำงานร่วมกัน Todoist มีระบบการจัดการงานที่หลากหลาย เช่น การใช้ Labels การตั้ง Priority และการใช้ Filters

 

จุดเด่นของ Todoist

 

  • ฟีเจอร์หลากหลาย : Todoist มีฟีเจอร์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการในการจัดการงาน
  • การทำงานร่วมกัน : Todoist มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องง่าย เช่น การแชร์ Task การแสดงความคิดเห็น และการมอบหมายงาน
  • การรายงานผล : Todoist มีฟีเจอร์ที่ช่วยในการรายงานผลการทำงาน ทำให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของงานและประเมินผลการทำงานได้
  • การใช้งานบนหลากหลายแพลตฟอร์ม : Todoist สามารถใช้งานได้บนหลากหลายแพลตฟอร์ม เช่น Windows macOS Android และ iOS
  • การตั้งเตือนความจำ : คุณสามารถตั้งเตือนความจำสำหรับ Task ต่างๆ ได้ โดยเลือกวันที่และเวลาที่ต้องการให้แอปฯ แจ้งเตือน

 

บทสรุป

และทั้งหมดนี้ ก็คือ 10 แอปทำงาน ที่คุณควรมีติดเครื่องไว้ เพื่อช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายขึ้น ทั้งนี้ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่สนใจและต้องการสร้างสรรค์ออกแบบแอปทำงานขึ้นมาเอง แต่ไม่มีเวลาหรือความเชี่ยวชาญ คุณสามารถใช้บริการรับออกแบบดีไซน์จากดิจิทัล แฟคตอรี่ได้เลย เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ที่พร้อมสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ

 

แชร์ :

บทความอื่นๆ

สวัสดี!

พร้อมสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกันหรือยัง?
ถึงเวลาทำให้ไอเดียกลายเป็นจริง!

มาวางแผน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และพุ่งสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน!